วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558
การอาบน้ำแมวเปอร์เซีย
การอาบน้ำ แมวเปอร์เซีย
จับแมวอาบน้ำ บางคนได้ยินก็ถึงกับงง แมวอาบน้ำได้ด้วยเหรอ อาบน้ำแมวเดี๋ยวฝนก็ตก
ใส่หรอก อาบทำไมมันก็เลียขนสะอาดอยู่แล้ว ถ้าเป็นแมวข้างถนนหรือแมวขนสั้นทั่วๆไปการ
อาบน้ำอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นแต่ถ้าเป็น แมวเปอร์เซียที่มีขนยาวๆถือว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง
เพราะว่าความที่มันมีขนปุกปุยยาวๆ ก็เป็นแหล่งเพาะความสกปรกตามมาขนยาวๆอาจจะติดพัน
กันได้ง่าย หมัดเห็บก็ชอบอาศัยอยู่นักแล เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเจ้าของไม่มีเวลาหวีขนให้เขาจะยิ่ง
ทำให้ขนติดพันกันเป็นตังเม แล้วทำให้มีโอกาสเกิดโรคผิวหนังและที่สำคัญอาจจะเป็นเชื้อรา
ดังนั้นการอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียจึงเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนจะอาบน้ำให้บ่อยมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่
ความสะอาดของแมวเปอร์เซียตัวนั้นๆเช่น 1 อาทิตย์ครั้ง หรือ 1 เดือนต่อครั้ง แต่ถ้านำขึ้นห้อง
นอนด้วยกันก็ประมาณสัก 1 อาทิตย์ก็กำลังดี ก่อนอาบน้ำแมวเปอร์เซียจะต้องมีการเตรียมการก่อนดังนี้
1. ควรตัดเล็บแมวเปอร์เซียนให้สั้นก่อน เพราะว่าบางครั้งมันอาจจะกางกรงเล็บข่วนคนอาบน้ำได้
2. ควรสางหรือหวีขน แมวเปอร์เซีย ก่อนเสมอเพราะว่ามันอาจจะมีเศษอาหารหรือสิ่งสกปรกติดที่ขน เมื่อมีการอาบน้ำสิ่งสกปรกเหล่านั้นอาจจะไม่หลุดออกไปจะทำให้ขนพันเป็นก้อนได้มากยิ่งขึ้น
3. ถ้าเป็นการอาบน้ำลูกแมวเปอร์เซีย ควรต้มน้ำร้อนแล้วผสมน้ำเย็นเพื่อให้เป็นน้ำอุ่นแล้วใช้น้ำอุ่นอาบน้ำให้ลูกแมวเปอร์เซีย และพยายามอาบให้เร็วที่สุดมิฉะนั้น ลูกแมวเปอร์เซีย อาจจะเป็นหวัดได้ง่ายๆ
4. สำลีอุดหูทั้งสองข้างจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหูแมวปอร์เซีย
5. แชมพูต้องเลือกที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ร้าน Pet shop ก็มีให้เลือกเยอะแยะ แต่ต้องล้างออกให้หมดจดจริงๆเดี๋ยวแมวเปอร์เซียจะเป็นแผลจากการที่ล้างออกไม่หมดเพราะมันจะไปสะสมที่ผิวหนังและขนทำให้เป็นที่สะสมของสิ่งสกปรกได้
6. หนังชามัวร์ ให้เลือกดีๆหน่อยถ้าได้หนังแท้จะดีมาก ไว้เช็ดตัวแมวเปอร์เซียหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำให้ขนของมันแห้งเร็วยิ่งขึ้น
7. ไดร์เป่าขน อันนี้แล้วแต่กำลังทรัพย์ให้เลือกอันที่ลมเป่าแรงๆหน่อยก็ดี เวลาเป่าอย่าพยายามเป่าใกล้ตัวแมวเปอร์เซียมากเกินไปเดี๋ยวหนังจะไหม้เอา ถ้ามีตัวเป่าลมด้วยก็ดีเหมือนกันน้ำจะออกได้เร็ว
8. หวี แป้ง สำลีเช็ดหูและน้ำยา เช็ดหู
แค่นี้ท่านก็สามารถอาบน้ำแมวเปอร์เซียได้สบายแล้ว ส่วนอาบน้ำแล้วฝนจะตกหรือไม่ตกก็แล้วแต่ฤดูกาลครับท่านไม่เกี่ยวกับน้องแมวเปอร์เซียเลย แต่แมวคลอดลูกแล้วถูกหวยนี่ห้ามกันไม่ได้ Punchcat ถูกบ่อยนะจะบอกให้ ถ้าเจ้าของไม่อยากอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียเอง ก็สามารถนำแมวเปอร์เซียไปอาบน้ำตาม Pet Shop ก็ได้ แต่จะหาร้านที่เขาถนัดอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียไม่ใช่เรื่องหากันง่ายๆ และเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วต้องไดร์เป่าให้ขนแห้งจริงๆ ถ้าไม่แห้งอาจจะเป็นเชื้อรา หรือเป็นหวัดได้ สนนราคาทั่วๆไปจะอยู่ที่ 150-300 บาท
แมวเปอร์เซีย คลอดลูกในกะบะทราย
แมวเปอร์เซีย คลอดลูกในกะบะทราย
เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่งที่แม่แมวเปอร์เซียไปคลอดลูกในกะบะทรายเพราะว่าโอกาสที่ลูกแมว
เปอร์เซียจะเสียชีวิตมีสูงมากโดยธรรมชาติของการคลอดลูกของแมวเปอร์เซียมันจะหาที่ที่มันคิด
ว่าปลอดภัยที่สุดบางครั้งการไม่ได้จัดที่จัดทางให้แม่แมวเปอร์เซียก่อนที่มันจะคลอดก็ทำให้มัน
ต้องหาที่หลบๆซึ่งบางครั้งกะบะทรายก็เหมือนจะเป็นที่กำบังได้และกะบะทรายก็นุ่มพอที่แม่แมว
เปอร์เซียจะมาคลอดลูกแมวพันธุ์เปอร์เซีย ความจริงถ้า
เจ้าของอยู่เฝ้าในระหว่างคลอดก็ไม่น่าจะเป็นห่วงอะไร แต่ที่พบเห็นบ่อยครั้งถ้าเจ้าของไม่ได้อยู่ช่วย
เบ่งท้องแล้วแม่ แมวเปอร์เซีย มักจะหาที่คลอดเอง เมื่อมันไปคลอดในกะบะทรายน้ำคร่ำที่หุ้มตัว
ลูกแมวเปอร์เซียก็จะแตกออกแล้วทรายก็ทำหน้าที่ในการจับน้ำให้เป็นก้อนลองนึกดูอะไรจะเกิด
ขึ้นลูกแมวเปอร์เซียตัวเปียกๆ ถ้าไม่ได้รับการเลียให้แห้งจากแม่มันโดยเร็วแล้วโอกาสที่มันจะถูก
ทรายหุ้มตัวก็มีโอกาสสูงมากเมื่อนั้นแม่แมวเองก็คงเลียให้ไม่ไหวเพราะว่าลิ้นมันจะถูกทรายไปด้วย
เมื่อถูกปล่อยไปอย่างนั้นรกก็ยังไม่ได้กัดทิ้งทรายก็จับตัวเข้ากับรกและรวมเข้ากับหางแม่
แมวเปอร์เซีย มันก็จับเป็นก้อนอยู่ที่หางแม่แมวเปอร์เซียแค่นี้ยังไม่พอการคลอดครั้งหนึ่งก็ออก
มาหลายตัวถ้าเรานึกภาพออกหางแม่เหมียวเปอร์เซีย+รก+ลูกแมวเปอร์เซียหลายตัว+ทรายจับกัน
เป็นก้อนและถ้าลูกแมวเปอร์เซียมีทรายไปอุดปากอุดจมูกโอกาสรอดก็ริบรี่เต็มทนมีหลายคนที่รู้จัก
กันมักบอกว่าลูกแมวคลอดแล้วแต่ตายในกะบะทรายไปหลายตัว การนับวันคลอดจึงสำคัญเป็นอย่าง
ยิ่งสำหรับผู้ที่มีนำแมวเปอร์เซียไปผสมเท่าที่นับมาก็ไม่ค่อยผิดไปจากมาตรฐานการตั้งท้องเผื่อ
เวลาใกล้จะคลอดจะได้เตรียมตัวและจัดสรรเวลาในการมานั่งเฝ้าไม่ให้คลอดบนกะบะทรายหรือ
อย่างน้อยถ้าง่วงมากก็ยังสามารถเก็บกะบะทรายไปไว้ที่อื่นได้ติด
ตั้งกล้องวงจรปิด แล้วจับที่กะบะทรายแมว ถ้ามีการเคลื่อนไหวก็ให้โปรแกรมกล้องวงจรปิดทำการ
ส่งเสียงเตือนไปยังเจ้าของที่ดูในห้องนอนเมื่อเจ้าของได้ยินเสียงเตือนก็ลุกมาดูทางจอมอนิเตอร์ว่า
แม่แมวเปอร์เซียลงไปคลอดในกะบะหรือเปล่า หรือถ้ามีอินเทอร์เน็ตต่ออยู่ก็สามารถดูได้ในที่ไหนๆ
ก็ได้ที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต
แมวเปอร์เซียฟันเบี้ยว
ปัญหาเรื่องฟันหน้าเบี้ยวของแมวเปอร์เซีย
วิธีสังเกตง่ายๆก็คือเขี้ยวหน้าของแมวเปอร์เซียจะมี 4 ซี่ เขี้ยวที่ปรกติมันจะมีลักษณะที่ซ้อนกันเป็น
คู่ๆ คือถ้าเขี้ยวล่างซ้ายครอบเขี้ยวบนซ้ายและอยู่ด้านนอกของเขี้ยวบนซ้าย เขี้ยวขวาล่างก็จะต้อง
ครอบเขี้ยวบนขวาด้านนอกเหมือนกัน ในทางกลับกันเขี้ยวของแมวเปอร์เซียเขี้ยวล่างซ้ายก็ควรจะ
ครอบเขี้ยวบนซ้ายด้านใน เขี้ยวล่างขวาก็ควรจะครอบเขี้ยวบนขวาด้านในเช่นกัน
วิธีแก้ไขในกรณีที่ไม่เป็นไปตามที่กล่าวข้างต้นอย่างได้ผล
วิธีที่ได้ผล แมวเปอร์เซีย จะต้องมีอายุไม่เกิน 2 เดือน ในแมวที่มีอายุมากกว่า 3 เดือนยังไม่เคย
ลองแต่ให้มันอยู่ในช่วงเป็นฟันน้ำนมก็ถือว่าสามารถทำได้ปรกติแล้วที่เคยลองตัดไปบางเขี้ยวจะมัก
ได้ผลเป็นบางตัว วิธีที่ตัดก็มีหลายวิธี เช่นตัดเฉพาะเขี้ยวบนทั้งคู่ หรือตัดเฉพาะเขี้ยวล่างทั้งคู่ ถ้าตัด
เขี้ยวเดียวมักจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไรนัก และที่มักจะได้ผลเป็นประจำก็คือการตัดเขี้ยวของแมว
เปอร์เซียทั้ง 4 เขี้ยวเลย ยิ่งตัดตอนที่มันอายุประมาร 1 เดือนยิ่งดีเพราะว่าเขี้ยวมันยังเล็กเวลาตัด
มันจะไม่ค่อยดิ้นแต่ถ้าตัวโตแล้วอาจจะต้องฉีดยานอนหลับแล้วค่อยตัดมัน ไม่เช่นนั้นมันจะดิ้นการ
ตัดก็ลำบากการตัดเขี้ยว แมวเปอร์เซีย ถ้าไม่ชำนาญก็ควรนำไปให้สัตวแพทย์ตัดให้ แต่ระวังจะถูก
สัตวแพทย์ถามด้วยความงงงวยว่าตัดทำไม เหตุผลเพราะว่าเราหาสัตวแพทย์ที่รู้เรื่องแมวน้อยมาก
ในประเทศไทย และบางคนยังไม่ค่อยกล้าจับแมวด้วยซ้ำเพราะกลัวว่าแมวจะข่วนเอา คือสัตวแพทย์
บ้านเราบางคนไม่ชอบแมวแต่จะชอบสุนัขเป็นส่วนใหญ่
อีกวิธีหนึ่งก้คือการใช้กรรไกรตัดเล็บก็สามารถแทนกรรไกรของหมอได้แต่ก่อนใช้ให้เช็ดด้วยน้ำยา
ฆ่าเชื้อโรคเสียก่อนเพราะฉะนั้นให้หมั่นดูแลฟันของแมวเปอร์เซียตั้งแต่มันอายุ 1 เดือนเป็นต้นไปถ้า
ไม่เบี้ยวก็ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษแต่ถ้าเกก็จัดการตามที่แนะนำข้างตันจะใช้อะไรตัดเขี้ยวแมว
เปอร์เซียดี วิธีที่ประหยัดที่สุดก็คือการใช้กรรไกรตัดเล็บตัด โดยการนำกรรไกรตัดเล็บไปแช่น้ำยา
ฆ่าเชื้อโรคก่อน หรือต้มน้ำให้เดือดแล้วนำกรรไกรไปแช่ ก็สามารถนำไปตัดได้แล้ว วิธีนี้เหมาะมาก
กับลูกแมวเปอร์เซียตัวเล็กที่อายุไม่เกิน 2 เดือน ถ้าเกินกว่านั้นมันจะไม่ค่อยยอมแล้วต้องนำไปวาง
ยานอนหลับอ่อนๆแล้วให้สัตวแพทย์ตัดให้ดีกว่า ค่าตัดก็ประมาณ 200 บาท
แมวเปอร์เซียกับไรหู
แมวเปอร์เซีย กับไรหู
เมื่อไม่กี่วันมานี้ พั้นช์แคท ได้พา แมวเปอร์เซีย ไปหาสัตวแทย์และได้
เสวนาพูดคุยกับคุณหมอสัตวแพทย์เจ้าของคลีนิคได้พูดคุยกันเรื่องขี้หู
ของ แมวเปอร์เซีย ท่านบอกว่าดูเหมือน แมวเปอร์เซียจะมีจุดอ่อนด้อย
เรื่องปัญหาการมีขี้หูมาก และสาเหตุส่วนใหญ่เกิจากการมีไรหูในรูหู
แต่แมวทั่วๆไปจะพบน้อยมากการมีขี้หูมากเป็นสาเหตุของอาการป่วยบางอย่างของ
แมวเปอร์เซีย ที่คาดไม่ถึงก็ได้
การมีไรหูทำให้เกิดอาการคันและ แมวเปอร์เซีย ก็จะเกาหูบ่อยมาก บางตัวเค้าคันจนน้ำตาออกมามากกว่าปรกติ บางตัวจะมีอาการไม่ค่อยสบายตัว ซึมลง กินได้น้อย แต่ท่านว่าการมีไรหูไม่ได้ทำให้แมวช็อคตายอย่างที่หลายคนร่ำลือ แล้วพั้นช์แคทก็ได้ดูไรหูทางกล้องจุลทรรศ์ ตัวเล็กมาก เลยถามไปว่ามันมีอันตรายกับคนหรือเปล่า ก็ได้คำตอบว่าไม่มีอันตรายกับคน จึงน่าสงสัยว่าวงจรชีวิตของมันน่าจะอยู่ในหูเป็นหลักตัวไรนี้ทางการแพทย์เขาเรียกว่า Otodectes cynotis หรือ ear mite วิธีรักษาไม่ยากมากเหมือนกับเชื้อรา ให้ยาเช็ดหู หรือหยอดหู และหมั่นทำความสะอาดหู แมวเปอร์เซีย ก็จะหายขาดได้
การเช็ดตาแมวเปอร์เซีย
การเช็ดตาแมวเปอร์เซีย แมวพันธุ์เปอร์เซีย ตัวที่จมูกเขาบี้มักจะมีปัญหาเรื่องน้ำตาและ
ขี้ตามาก ถ้าเราไม่ได้ทำการเช็ดให้ทุกวัน มันจะเป็นคราบเหลืองๆดำๆไม่น่าดู และถ้านานๆเช็ดสัก
ครั้งอาจจะทำให้เป็นแผลที่ร่องน้ำตาได้ วิธีง่ายและประหยัดมากๆ (แมวไฮโซ ไม่แนะนำให้ใช้)
?
1. สำลีกับน้ำอุ่นๆ ให้จุ่มสำลีในน้ำอุ่นๆแล้วบีบให้หมาดๆน้ำแล้วนำไปเช็ดรอบๆดวงตา เมื่อขี้ตาหมดแล้วก็นำสำลีแห้งเช็ดเบาๆอีกรอบหนึ่งเพื่อทำให้มันแห้ง ถ้ามีแป้งที่ป้องกันคราบน้ำตาก็ใส่ให้เขาไป รู้สึกว่าแป้งประเภทนี้เท่าที่เคยใช้ก็ทำให้คราบน้ำตาน้อยลงมากและอัตราการเกิดน้ำตาจะน้อยลง แต่แป้งก็แพงมากตามคุณภาพของมันเหมือนกัน แมวเปอร์เซียร์ ที่เลี้ยงประกวดมักจะใช้แป้งประเภทนี้ แต่ขอร้องอย่าใช้แป้งมันให้กับแมวเด็ดขาด
2. มีสัตวแพทย์บางคนแนะนำให้ใช้น้ำเกลือที่ขายกันเป็นขวด(ห้ามใช้เกลือแกงเด็ดขาด) แล้วนำมันมาผสมน้ำให้เจือจางก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน เท่าที่เคยลองก็ไม่มีปัญหาอะไรกับดวงตาแมว แต่บางคนบอกว่ามันจะแสบถ้าเข้าตาซึ่งเวลาเช็ดตาเราก็เช็ดรอบดวงตาไม่ใช่หยอดตา แต่แสบจริงหรือเปล่าผู้เขียนยังไม่เคยหยอดตาตัวเองซักที
3. วิธีนี้ไม่ประหยัดเพราะต้องซื้อมา ก็คือการซื้อน้ำยาเช็ดคราบน้ำตา แต่แพงมาก สรรพคุณของมันก็ช่วยขจัดรอยคราบน้ำตา ก็ซื้อมาใช้สำหรับแมวเปอร์เซียที่เช็ดด้วยน้ำธรรมดาแล้วมีรอยคราบอยู่เยอะ แต่ถ้าให้ดีให้เช็ดด้วยน้ำอุ่นแล้วตามด้วยแป้งขจัดคราบน้ำตาจะได้ผลมากกว่าไม่เปลืองด้วย เพราะว่าน้ำยาเช็ดคราบน้ำตาแมวเปอร์เซียขวดมันเล็กนิดเดียวแต่ราคาไม่ธรรมดาเลย ใครทำให้ขวดใหญ่เท่าขวดโค๊กลิตรแล้วราคาเท่ากันจะรีบตามไปซื้อเก็บไว้สัก 10 โหล
แมวเปอร์เซียกับปัญหาเชื้อรา
แมวเปอร์เซีย กับปัญหาเชื้อรา
มันเหมือนกับเป็นความขัดแย้งกลายๆเมื่อของสวยๆงามๆอย่าง แมวเปอร์เซีย จะต้องมีโรคประจำตัว
ของมันคือเชื้อรา เสมือนผู้หญิงที่แต่งตัวสวยๆแต่พอถอดเสื้อผ้ามีกลากเกลื้อนเต็มตัวไปหมดความชื้น
ที่เหมาะสม ร่างกายที่อ่อนแอ ขนที่ไม่ค่อยได้สางหรือหวี และสถานที่เลี้ยงไม่สะอาดเพียงพอ
ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้แมวเปอร์เซียมีโอกาสเป็นเชื้อราได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ฟาร์มแมวเปอร์เซีย
ใหญ่หรือเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกแมวเปอร์เซียอายุตั้งแต่ 15 วัน-3เดือน ที่ภูมิคุ้มกัน
ไม่ค่อยดีจะมีโอกาสเป็นได้ทั่วตัว ถ้าแม่เหมียวเปอร์เซียขยันเลียขนให้ลูกบ่อยๆโอกาสที่จะเป็นกลากเกลื้อนเชื้อราก็มากขึ้นตามเงา เชื้อราที่น่าเป็นหว่งจะเป็นประเภทเป็นผื่นแดงๆแล้วจะคันลูกแมวจะเกาบ่อยมี โอกาสติดต่อสู่คนได้สูง แต่ประเภทที่เป็นกลากสีขาวๆขุ่นๆแข็งๆ(บางคนเรียกว่ากลากน้ำนม)อาจจะเป็นยีสต์หรือเชื้อราชนิดหนึ่งอาการจะคันน้อยหรือไม่คันแต่จะทำให้ลูกแมวมีขนหลุดล่วงไม่สวยไม่ค่อยติดต่อสู่คนและถ้าลูกแมวตัวไหนแข็งแรงมากๆก็จะไม่เป็นหรือถ้าเป็นก็จะน้อยมากเช่นบริเวณใบหูหรือบนศีรษะเป็นต้น
การรักษาทำได้หลายวิธีเช่น
1. การให้ยาทาน วิธีนี้ต้องไปปรึกษาสัตวแพทย์ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นลูกแมวยังไม่ครบ 3 เดือนหมอมักไม่จ่ายยามาให้และตัวยามักจะไปทำลายตับได้แต่ถ้าเป็นแมวโตก็สามารถทานได้
2. การทายาที่เป็นครีม ส่วนใหญ่สัตวแพทย์จะใช้วิธีนี้กันมากแต่จะรักษานานมากบางทีก็ไม่ค่อยหายเพราะถ้าเราไม่หาอะไรมาครอบคอแมวเปอร์เซียมันก็จะเลียหมดและอาจจะเป็นอันตรายต่อแมวได้เช่นกัน
3. การโกนขน ใช้ในกรณีที่เป็นมากวิธีนี้ความจริงก็เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งแต่บางคนอาจจะรับไม่ได้เพราะแมวเปอร์เซียจะอยู่ในสภาพน่าเกลียดมาก การโกนขนก็ใช้ร่วมกับการอาบน้ำให้บ่อยขึ้นแต่บางครั้งการอาบน้ำบ่อยก็ทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมาเช่นการเป็นหวัดหรือปอดบวมได้และถ้าหากเช็ดตัวเขาไม่แห้งเชื้อราก็ยิ่งลามมากขึ้น การโกนขนแล้วทายาก็จะทำให้หายเร็วขึ้น
4. วิธีที่แนะนำในหัวข้อนี้ใช้ได้ผลกับแมวที่ฟาร์ม(แต่ใช้สำหรับแมวเปอร์เซียที่ไม่ได้ออกสังคม)และไม่รับประกันความผิดพลาดถ้าหากนำไปใช้ คือใช้น้ำยาไฮโดรเจนผสมกับน้ำพอประมาณแต่ถ้าให้สัมฤทธิ์ผลเร็วๆก็ไม่ต้องผสมให้ทาที่เชื้อรามันจะเป็นฟองทึ้งไว้ซักพักแล้วใช้สำลีเช็ดออก ให้สังเกตว่าผลของการใช้น้ำยามันจะไปกัดผิวหนังและขนออกไปก็ถือว่าใช้ได้เช็ดด้วยน้ำยาซ้ำอีกในวันถัดไปถ้าเห็นว่ายังมีเชื้อราอยู่แล้วก็รอให้ขนขึ้น
5. อีกวิธีหนึ่งที่ทำแล้วเห็นผลและป้องกัน ลูกแมวเปอร์เซีย เป็นหวัด และทำบ่อยๆได้ โดยการนำน้ำยาไนโซรัลที่ใช้กับคน น้ำยานี้มีทั้งแบบของเมืองนอกและของเมืองไทย ราคาที่มาจากนอกก็แพงกว่าเท่าตัว ดังนั้นแล้วแต่จะเลือก คุณภาพก็เท่ากัน หรือบางคนคิดว่าถ้า แมวเปอร์เซียมาจากนอกก็ต้องใช้ของนอก ก็ได้นะแต่บอกไว้เลยว่าตัวยามันเหมือนกัน 2% ทั้งนั้น ขั้นตอนต่อไปให้นำน้ำอุ่น (อุ่นๆหน่อยนะ) ไม่ต้องถามนะว่าทำน้ำอุ่นได้อย่างไร ประมาณซักแก้วก็พอแล้วหยอดน้ำยาไปซัก 2-3 หยดคนให้เป็นฟอง แล้วน้ำสำลีก้อนโตๆหน่อยจุ่มลงไปแล้วนำสำลีไปทาที่ตัวแมวที่เป็นเชื้อรา ตรงตำแหน่งนั้น ทาไปก็พยายามถูตรงที่เป็นเชื้อด้วยสะเก็ดมันจะได้หลุด ถ้าเป็น ลูกแมวปอร์เซีย ก็อย่าถูแรงมากจนเป็นรอยถลอกนะ เปลี่ยนสำลีแล้วทำซ้ำสัก 2-3 รอบก็พอ ทิ้งไว้ซัก 2-3 นาที แล้วน้ำน้ำอุ่นที่ไม่ผสมอะไร จุ่มด้วยสำลีแล้วก็ทาตรงที่เป็นเชื้อราเพื่อล้างคราบน้ำยา ขณะนี้แมวเปียกนิดก็ไม่เป็นไร แต่อย่าให้โดนลมโดยเด็ดขาด ดังนั้นควรทำในบ้านจะดีที่สุด เสร็จแล้วก็เช็ดด้วยหนังชามัวร์มันจะแห้งเร็ว แล้วก็ไปเป่าด้วยไดร์เป่าผมเป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยทำซ้ำได้เรื่อยๆ วธีนี้เหมาะมากกับลูกแมว
แมวเปอร์เซียต้องการผสมพันธุ์
แมวเปอร์เซีย เป็นสัดเราจะดูอย่างไร
แมวเปอร์เซีย ตัวเมียจะแสดงอาการความรักใคร่ทางกายโดยการทิ้งตัวนอนลงบนพื้นแล้วเอาหลังถู
ไปถูมา หรือถ้าเราเอามือลูบบั้นท้ายเบาๆมันจะยกบั้นท้ายสูงขึ้นพร้อมกับการยันขาหลังทั้งสองข้าง
เป็นการเตรียมพร้อมให้ตัวผู้เข้ามาผสมพันธุ์ ดังนั้นบางครั้งการผสมพันธุ์กันเองระหว่างพ่อพันธุ์แมวเปอร์เซีย
กับแม่พันธุ์ แมวเปอร์เซีย จะไม่ติดลูกอาจจะเป็นพราะว่า แมวเปอร์เซีย ตัวเมียนอนตะแคงหรือไม่ได้อยู่ใน
ท่ายันขาที่ถูกต้อง ถ้าเราจะช่วยให้มันผสมพันธุ์กัน
ได้ ต้องจับให้ แมวเปอร์เซีย ตัวเมียให้อยู่ในท่าเตรียมพร้อมแล้วให้ตัวผู้ขึ้นขี่โดยตัวผู้จะขึ้นไปงับคอ แมวเปอร์เซีย ตัวเมียแล้วมันจะขึ้นคร่อมทันที เราจะต้องจับขาหลังของแมวตัวเมียให้อยู่ในท่ายัน(คล้ายๆกับแมวทำท่าโก้งโค้ง) ถ้าท่าทางถูกต้องตัวผู้สามารถสอดอัวยวะเพศเข้าไปและปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปในอวัยวะเพศ แมวเปอร์เซีย ถ้าสำเร็จ แมวเปอร์เซียตัวเมียจะส่งเสียงร้องแล้ว แมวเปอร์เซีย ตัวผู้จะกระโดดถอยหนีพราะว่า แมวเปอร์เซีย ตัวเมียจะข่วนเอา แล้ว แมวเปอร์เซีย ตัวเมียจะไปนอนกลิ้งอย่างมีความสุขสักพักมันก็จะไปเลียอวัยวะเพศของมันเพื่อทำความสะอาด
แมวเปอร์เซีย ตัวเมียบางตัวจะมีอาการส่งเสียงร้องตลอดเวลาเพื่อต้องการผสมพันธุ์ บางตัวถ้ามี แมวเปอร์เซีย ตัวผู้มันจะเข้าไปอยู่ใกล้ๆแล้วทำท่าโก้งโค้งหรือกลิ้งไปมา บางตัวก็พยายามเดินเฉียดตัวผู้เพื่อให้ตัวผู้ได้กลิ่นสัด และบางตัวยิ่งสังเกตง่ายเข้าไปใหญ่คือปรกติมันอาจจะไม่ถูกกันส่งเสียงขู่เวลาเจอหน้ากันเสมอ แต่ถ้าอยู่ๆ แมวเปอร์เซีย ตัวเมียให้ แมวเปอร์เซีย ตัวผู้เข้าใกล้ได้ก็แสดงว่า แมวเปอร์เซีย ตัวเมียเป็นสัดแน่ๆ
แมวเปอร์เซีย ตัวเมียเมื่ออายุตั้งแต่ 8 -10 เดือนขึ้นไปสามารถพร้อมที่ผสมพันธุ์ได้แล้ว แต่นักเพาะพันธุ์ แมวเปอร์เซียโดยทั่วๆไปจะเริ่มผสมพันธุ์มันอายุต้องอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป และไม่ควรให้มันมีลูกมากกว่า 2 ครอกต่อปี ควรทิ้งระยะห่างไม่น้อยกว่า 3 เดือนหลังจากลูกครอกแรก ลูกแมวปอร์เซียจะย้ายบ้านไปอยู่กับเจ้าของใหม่ควรมีอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน นั่นก็คือการฉีดวัคซีนและการถ่ายพยาธิครบถ้วนแล้ว
การเลี้ยงลูกแมวเปอร์เซีย
การเลี้ยง ลูกแมวเปอร์เซีย การที่แม่แมวเปอร์เซียร์ไม่เลี้ยงหรือไม่สามารถเลี้ยงลูกแมวเปอร์เซียหรือ
ลูกแมวเปอร์เซียกำพร้าแม่ มันมีความจำเป็นจะต้องมีตารางการให้อาหารที่เหมาะสม การขับถ่าย การเล่นและ
การนอนหลับต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ดังนั้นการเลี้ยงดูลูกแมวเปอร์เซียที่ดีต้องคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้
1. โภชนาการและการหย่านม
2. สุขอนามัย
3.อุณภูมิและความชื้น
4.การป้องกันโรค
5.การบำรุงและทำให้เข้ากับสังคม
ลูกแมวเปอร์เซีย ที่สุขภาพดีจะมีร่างกายที่จ้ำม่ำแข็งแรง มีชีวิตชีวา หลับนาน ร้องเก่งเมื่อหิว เมื่อถูกกระตุ้นโดยการเลียของ แม่แมว มันจะพยายามส่ายหัวหาเต้านมแม่พร้อมทั้งมีขาหน้าและขาหลังที่แข็งแรงในการพยุงตัวเพื่อยึดที่ในการดูดนมแม่ ลูกแมวเปอร์เซียร์ ที่สุขภาพไม่ดีจะมีกล้ามเนื้อที่ไม่สมบูรณ์ ร้องบ่อยถ้าไม่ช่วยเหลือ อ่อนแอ ซึมเศร้า เฉื่อยชาไม่ยอมกินนมเองหรือพยายามกินแต่ก็ปล่อยหัวนมอย่างรวดเร็ว หรือเมื่อพยายามช่วยจับหัวไปจ่อที่หัวนมแม่แมวเข้ากับปากลูกแมว มันไม่สนองตอบถ้าไม่หาวิธีป้อนนมผ่านสายเข้ากระเพาะ แน่นอนมันก็ค่อยๆเหี่ยวเฉาตายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือ 2-3 วัน
การให้อาหารและการหย่านม ลูก แมวเปอร์เซียจำเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับน้ำนมน้ำเหลืองใน 12 ชั่วโมงแรกหลังจากคลอด ลูกแมวเปอร์เซียร์ จะดูดซึม ภูมิคุ้มกันจากน้ำนมน้ำเหลืองได้ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกนับจากคลอด ถ้าลูกแมวเปอร์เซีย ยัง ไม่ยอมดูดนมเอง ให้พยายามจับหัว ลูกแมวเปอร์เซีย จ่อที่หัวนมแม่ แมวเปร์เซีย ปรกติแล้วมันจะฝืนพอสมควรแต่ในที่สุดแล้วมันก็จะสามารถดูดนมได้เอง ผู้เลี้ยงต้องเฝ้าดูอย่างระมัดระวังในช่วงเวลานี้จนกว่าเขาจะสามารถดูดนมได้เอง ในกรณีที่ แม่แมวเปอร์เซียร์ ไม่สามารถเลี้ยงดูลูก แมวเปอร์เซีย ได้ ลูกแมวเปอร์เซีย ต้องดูดนมจากขวดหรือหลอดหยด ตามแต่จะหาได้ การให้อาหารแบบหลอดแก่ ลูกแมวเปอร์เซีย ผู้ให้ต้องได้รับการฝึกอย่างดี เพราะอาหาร อาจเข้าสู่ปอด อย่างไม่ตั้งใจทำให้หมดสติ การให้อาหารแบบหลอดจึงเสี่ยงมาก อนุญาตให้ ใช้เฉพาะในลูก แมวเปอร์เซีย อ่อนแอซึ่งต้องอยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์ หลอดป้อนนม จะเป็นสายยางยาวๆ ที่ปลายจะเป็นหลอดฉีดสำหรับใช้ดูดนมขึ้นมาเก็บการกะระยะความยาว ของหลอดควรวัดจากปากไปจนถึงกลางลำตัวซึ่งเป็นตำแหน่งของกระเพาะอาหารพอดี ปรกติ ลูกแมวเปอร์เซีย ที่อ่อนแอถ้าได้น้ำนมทางหลอดซักครั้งแล้วพยายามจับให้ดูดนมแม่ด้วยแล้ว มันจะกลับมาแข็งแรงได้ หลังจากให้นมลูก แมวเปอร์เซีย ควรลูบหลังลูกแมวเปอร์เซียให้เรอ ระหว่างให้อาหารและหลังอาหาร โดยนำมันผาดไหล่ ให้ตัวตั้งตรงและตบหลังเบาๆ การให้น้ำ นมจากขวดหรือหลอดต้องทำอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการปอดบวมหรือการสำลักน้ำนมได้ ที่สำคัญผู้เลี้ยงอย่าดีใจมากว่าลูกแมวดูดนมจากขวดหรือจากการป้อนได้ เพราะจากประสบการณ์ที่เจอมาโดยให้คนเลี้ยง เมื่อเห็นว่าลูกแมวดูดนมได้ก็ป้อนเข้าไปบ่อยๆจนท้องป่องปรากฎว่าไม่นานลูกแมวก็เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อถึงกินยาลดอาการท้องอืดก็ช่วยอะไรได้ไม่มากแล้วมันก็ร้องด้วยความเจ็บปวดถ้าช่วยไม่ทันก็ตายไปในอีกไม่ช้า เพราะฉะนั้นการป้อนนมต้องป้อนแบบระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
ลูกแมวเปอร์เซีย ต้องให้แสงไฟตอนคลอดใหม่ๆหรือไม่ ก็ไม่เสมอไปที่จะต้องเอาหลอดไฟทำให้ร่างกายลูกแมวอบอุ่น เพราะว่าแม่แมวเปอร์เซียเองก็มีขนและอุณภูมิของร่างกายที่ทำให้ลูกแมวอบอุ่นได้ แม่แมวบางตัวจะพยายามนอนขดตัวเพื่อให้ลูกอบอุ่นที่สุด แต่ถ้าอากาศหนาวมากๆก็อาจจะจัดหลอดไฟ 60 แรงเทียนช่วยความอบอุ่นประมาณสัก 3-4 วันก็ได้ แต่ต้องระวังเรื่องไฟไหม้หรือช๊อตด้วย หลอดไฟมันก็ช่วยลูกแมวได้ในกรณีที่แม่แมวลุกไปทำธุระเช่นไปขับถ่ายหรือกินอาหาร ลูกแมวก็จะขาดความอบอุ่น ถ้ามีกันหลายๆตัวก็จะคลานมาขอดเกยกัน แต่ถ้ามีตัวเดียวก็น่าสงสารหน่อยดังนั้นถ้ามีลูกแมวตัวเดียวแสงไฟก็คงจะช่วยได้พอสมควร แต่ถ้าเห็นว่าอุณภูมิของห้องไม่หนาว การใช้แสงไฟก็ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรเท่าไร บางครั้งลูกแมวเปอร์เซียที่คลอดในขณะที่เจ้าของไม่อยู่บ้าน เมื่อเจ้าของกลับมาเห็นลูกแมวบางตัวก็ตัวเย็นมาก บางครั้งในห้องนั้นยังเปิดแอร์อีก แต่ลูกแมวตัวนั้นก็รอดมาได้และเติบโตอย่างแข็งแรงก็มีเยอะไป เหมือนธรรมชาติสั่งมาแล้วว่าต้องการให้ตัวไหนอยู่หรือไปภายในไม่กี่วันก็รู้แล้ว ดังนั้นลูกแมวเปอร์เซีย ถ้าตัวไหนแข็งแรง 90% ก็จะรอด แต่ถ้าตัวไหนไม่แข็งแรง มีแค่ 10% เท่านั้นที่รอด เพียง 3 วันเท่านั้นก็รู้ผลแล้วว่าจะรอดซักกี่ตัว
หัวนมของแม่แมวเปอร์เซีย ก็เป็นตัวกำหนดซะตากรรมของลูกแมวเปอร์เซีย มันเป็นธรรมชาติมากที่ลูกแมวเปอร์เซียร์ จะจดจำเต้านมแม่ที่มันดูดได้ แต่ก็จะเป็นข้อเสียได้และอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกแมวเปอร์เซียที่คลอดลูกออกมาหลายๆตัวอาจจะมีการตายเกิดขึ้นได้ สาเหตุเพราะว่าหัวนมของแม่แมวเปอร์เซียมันไม่ได้มีน้ำนมดีทุกเต้าบางเต้ามันเป็นไตซึ่งถ้าลูกแมวไปดูดตรงเต้านี้ก็อาจจะทำให้ท้องเสียได้ หรือมีน้ำนมน้อยทำให้ลูกแมวเปอร์เซียได้รับนมไม่เต็มที่ซึ่งจะทำให้มันโตได้ไม่เต็มที่ หรือตรงเต้านั้นไม่มีน้ำนมทำให้ลูกแมวเปอร์เซียไปดูดเต้านี้ได้รับแต่ลมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ และบางเต้าของแม่แมวเล็กบ้างใหญ่บ้าง ลูกแมวเปอร์เซียงับกินนมไม่สะดวก ถ้ามีลูกแมวเปอร์เซียเกิดออกมาหลายตัว ผู้เลี้ยงจะต้องสำรวจเต้านมแม่แมวเปอร์เซียเพื่อให้การกระจายการดูดนมเป็นไปอย่างทั่วถึงในช่วง 3 วันแรก และหมั่นสลับให้ดูดเต้าที่มีน้ำนมไหลมากที่สุดให้กับลูกแมวที่เราเห็นว่าตัวเล็กสุด เพราะว่าสุดท้ายแล้วลูกแมวเปอร์เซียก็จะแย่งกันดูดนมที่เต้าประจำของพวกมัน ให้สังเกตว่าตัวไหนที่เราจับไปให้ดูดนมที่เต้าไหนก็ได้แล้วมันไม่เลือกดูดหรือพูดกันง่ายๆก็คือมันดูดไม่เลือกเต้า ลูกแมวเปอร์เซียตัวนี้จะมีเปอร์เซ็นรอดตายสูง แต่ถ้าตัวไหนดูดเองไม่ค่อยเป็นหาเต้านมไม่ค่อยเก่ง จับไปจ่อตรงเต้านมแล้วยังไม่งับหัวนม ก็ขอให้เฝ้าอย่างใกล้ชิดเพราะเราจะเสียลูกแมวเปอร์เซียตัวนี้ไปได้ ถ้าเราสังเกตดีๆส่วนใหญ่ถ้าแม่แมวเปอร์เซียคลอดลูกออกมาไม่เกิน 3-4 ตัว เปอร์เซ็นการรอดตายของลูกแมวจะมีสูง เหมือนธรรมชาติจะบอกว่าตัวแข็งแรงที่สุดเท่านั้นจึงจะอยู่รอด การที่จะทำให้ลูกแมวเปอร์เซียมีอัตราการเสียชีวิตลดต่ำก็คือในช่วง 3 วันแรกของการคลอดที่จะต้องหมั่นเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิดพยายามให้ดูดนมแม่ให้ได้ทุกตัว และให้สังเกตเลยว่าเต้านมไหนที่ลูกแมวเปอร์เซียแย่งกันดูดเยอะๆ ก็พยายามให้ตัวที่แย่งดูดไม่เก่งได้เป็นตัวที่ดูดบ้างและให้ตัวที่ดูดนมเก่งไปดูดที่เต้าอื่นเพื่อกระตุ้นเต้านั้นๆไปในตัว พยายามบีบนมทุกเต้าดูเพื่อดูว่าแต่ละเต้ามีนมหรือเปล่าเต้าไหนที่น้ำนมเยอะเวลาบีบเบาๆมันจะมีน้ำนมออกมาเลย และการกระตุ้นเต้าของแม่แมวเปอร์เซียก็ทำได้โดยการเอาสำลีจุ่มน้ำอุ่นแล้วไปคลึงๆบริเวณเต้านมก็จะช่วยกระตุ้นได้โดยเฉพาะเต้าที่มันเป็นไตแข็ง
การเตรียมตัวเลี้ยงแมวเปอร์เซีย
การเตรียมตัวนำลูกแมวพันธุ์เปอร์เซียไปเลี้ยง
ลูกค้าหลายๆคนของพั้นช์แคท มักจะเป็นคนเลี้ยงประเภทมือใหม่หัดขับใจรักอยากได้น้องแมว
ไปกอดไปเล่นเห็นว่าแมวน่ารักขนปุกปุย น่าตาหน้าเกลียดน่าชังแล้วด้วยความไม่ประสีประสา
อะไรก็รีบซื้อ ลูกแมวไปปรากฏว่าบางคนก็โชคดีสามารถเลี้ยงจนโตสมปรารถนา บางคนก็มานั่ง
ร้องไห้เพราะว่า ลูกแมวเปอร์เซีย ที่ตัวเองรัก จากไป
การเลี้ยงลูก แมวเปอร์เซีย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเกินไป หรือยากเกินไปสำหรับคนที่ไม่เคยเลี้ยง แมวเปอร์เซีย บางคนที่คุยด้วยก็บอกว่าจะเลี้ยงมันเหมือน เลี้ยงแมว ที่บ้าน คือเช้าๆให้กินข้าวคลุกปลาทู แล้วปล่อยออกนอกบ้านไปขี้บนหลังคาบ้านเพื่อนบ้าน รับรองถ้าไปบอกวิธีการเลี้ยงแบบนี้กับ ฟาร์มแมวเปอร์เซีย ที่ดังๆดู ให้ราคาเขาเท่าไรเขาอาจจะไม่ขายแมวให้เรา แต่ถ้าซื้อมาตัวละไม่กี่ร้อยบาทหรือพันสองพันบาท ก็แล้วแต่ลูกค้าเอง
วิธีที่ง่ายๆสำหรับคนที่เบี้ยน้อยตามสภาวะเศรษฐกิจ ก่อนอื่นให้พิจารณาดังต่อไปนี้
1. ต้องถามตัวเองก่อนว่าอยากเลี้ยงแมวทำไม เหงา แฟนทิ้ง เบื่อ อยากมีเพื่อนนอนกอดที่น่ารักเหมือนตุ๊กตา แฟนซื้อให้ ฯลฯ แต่ต้องตอบตัวเองข้อหนึ่งให้ได้ว่า พร้อมที่จะรับผิดชอบหรือดูแลเขาได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ถ้าไปเที่ยวใครจะดูแลให้น้ำให้ท่า เวลาเขาป่วยจะมีเวลาพาเขาไปหาสัตวแพทย์ไหม มีเวลาแปรงขนให้ไหม มีเวลาโกยอุจจาระในกระบะทรายไหม ทนกลิ่นเหม็นตอนเขาถ่ายได้ไหม กล้าอาบน้ำไหม(บางคนงงว่า แมวต้องอาบน้ำด้วยเหรอ) ฯลฯ สรุปว่าใจพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์เงินก็พร้อมคนข้างเคียงก็ไม่ว่าไร สาวๆคนไหนที่มีหนุ่มๆมาจีบและอยากได้น้องแมวมาเลี้ยงอาจจะขอของขัวญวันเกิดเป็นน้องแมวพันธุ์เปอร์เซียก็ได้ ลูกค้าของพั้นช์แคท หลายคนก็ใช้วิธีนี้กันไม่ต้องซื้อเองแจ่มไปเลย
2. สถานที่เลี้ยงก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วย แต่ การเลี้ยงแมวพันธุ์เปอร์เซีย ใช้พื้นที่ไม่มากนัก ในคอนโดมิเนียมก็สามารถเลี้ยงเขาได้อย่างสบาย บางคนก็ชอบนอนกับแมวเลยก็มี อย่างนี้ก็ต้องหมั่นหวีขนให้เขาทุกวัน แมวขนยาว ต้องระวังไม่ให้ขนพันกันเป็นก้อน อย่าพยายามให้เขาอยู่ในที่อับชื้น เช่นห้องน้ำ เดี๋ยว เชื้อรา จะถามหาเอา ถ้ามีหน้าต่างรับแสงแดดได้ก็ยิ่งดี เพราะฉะนั้นเรื่องสถานที่การเลี้ยงแมวจึงไม่ค่อยซีเรียสมากเหมือนการเลี้ยงสุนัข แมวเปอร์เซีย จะไม่ค่อยโวยวายและเสียงดังมาก เพียงแต่ระวังของจะตกแตกได้เพราะความซนของ แมว เอง
3. กระบะทราย ถ้า แมว ยังเล็กๆอยู่ก็ให้ใช้กระบะทรายเล็กๆ หรือมีบางคนใช้วิธีที่ประหยัดโดยให้ฉีกหนังสือพิมพ์เป็นชิ้นยาวๆเล็กๆใส่ในกระบะพอประมาณ ก็สามารถให้ แมว ตัวโปรดขับถ่ายได้อย่างสบาย ฝุ่นจากทรายแมวก็ไม่มี กลิ่นก็ไม่มาก ข้อดีคือเหมาะกับแมวเด็กๆ 2-4 เดือน เพราะว่าการขับถ่ายยังไม่เยอะมาก แต่เมื่อแมวโตมากขึ้นกินมากขึ้น ควารหาซื้อทรายแมวมาแทนเพราะว่าจะกำจัดกลิ่นได้ดีกว่าและสะดวกในการกำจัด แมวเล็กๆบางตัวที่ไม่คุ้นเคยกับทรายก็จะกินทรายเข้าไป บางตัวก็คายทิ้ง บางตัวก็กินเข้าไปแล้วมักจะติดที่กะพุงแก้ม ถ้าตัวไหนกินเข้าไปเยอะๆอาจจะตายได้ วิธีง่ายๆที่จะช่วยแมวตัวเล็กๆให้คุ้นเคยกับ ทรายแมว โดยการจับแมวให้อยู่บน กระบะทราย แล้วให้สังเกตว่าแมวกินทรายเข้าไปหรือเปล่า ถ้ากินเข้าไปให้รีบจับออกมาแล้วใช้มือง้างปากแมวพยายามนำเอาทรายที่ ลูกแมว กินเข้าไปออกมา แล้วปล่อยเข้าไปในกระบะทรายใหม่ ทำอย่างนี้ซัก 2-3 ครั้ง ลูกแมว ก็จะเลิกกินเอง ปรกติแล้วเขาจะรู้เองโดยธรรมชาติอยู่แล้วว่ามันกินไม่ได้ และพยายามจะคายออกมา จึงเป็นหน้าที่ของคนเลี้ยงที่จะต้องดูแลโดยใกล้ชิดในช่วงแรก แต่โดยปรกติแล้ว ลูกแมวของ พั้นช์แคททุกตัวก่อนจะไปอยู่บ้านใหม่จะถูกฝึกให้ขับถ่ายในกระบะทราย จึงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรนักเวลาย้ายบ้านใหม่
4. กระบอกน้ำ การใช้ กระบอกน้ำ ให้ แมวเลียน้ำเองจากกระบอก ดูเหมือนว่าจะทรมานสัตว์ แต่จริงๆแล้วการมีกระบอกน้ำจะช่วยให้น้ำสะอาดตลอดเวลา สะดวกสำหรับคนเลี้ยง ไม่เหกเลอะบนพื้นง่าย(นอกจากกระบอกน้ำที่ลูกปืนมันไม่ค่อยดี) รวมทั้งไม่ต้องค่อยมาเติมน้ำบ่อยๆ และน้ำจะไม่ไปติดขนใต้คาง ลดอาการการเกิดขนสีขาวเปลี่ยนเป็นเหลืองได้ดี ลูกแมวของ พั้นช์แคททุกตัวจะถูกฝึกให้ดื่มน้ำจากกระบอกน้ำก่อนจะย้ายไปอยู่บ้านใหม่
5. กรงแมว บางคนอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ถ้าจะให้แมวนอนด้วยกัน แต่ต้องระวังและมั่นใจว่า แมวโปรด ของเราได้รับการฝึกขับถ่ายเป็นที่เป็นทางเรียบร้อยแล้ว มิฉะนั้นแมวอาจจะขับถ่ายบนที่นอน ถ้าอยากให้อยู่เป็นที่เป็นทางก็ควรซื้อกรงให้เขา ควรจะเป็นกรงที่เป็น 2 ชั้นจะดีกว่ากรงชั้นเดียว กรงแมวก็หาซื้อได้ตามร้าน pet shop ทั่วๆไปหรือสั่งทำขึ้นมา ในกรงก็จะมีกระบอกน้ำและภาชนะใส่อาหาร
6. อาหาร ใครขยันทำอาหารให้แมวทุกมื้อก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นพวกเครื่องในหมูหรือปลาควรจะทำสุกก่อน แมวกินของสดก็ได้เช่นหัวใจไก่ เนื้อไก่ ไข่แดงดิบ อย่างไงก็ตามควรถ่ายพยาธิบ่อยๆก็แล้วกัน ส่วนพวกตับ ต้องระวังจะมีปัญหาท้องเสียตามมาควรทำให้สุกเสียก่อน การให้ นมแมว ไม่ควรใช้นมข้นหวานที่ขายในท้องตลาด ควรใช้นมแพะเป็นหลัก หาซื้อได้ตามร้าน Pet shop ทั่วๆไป เช่นในสวนลุมไนท์บาร์ซ่า เป็นต้น ถ้าหาไม่ได้จริงๆให้ซื้อนมแพะของฟาร์มโชคชัย ตามร้าน 7 ? eleven ขวดละ 20 บาท (แพงไปหน่อย) และถ้าต้องการความสะดวกในการให้อาหาร ควรให้เป็นอาหารเม็ด อาหารเม็ดจะมีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ ฟาร์มของพั้นช์แคท เราใช้ Royal Canin เป็นหลัก เป็นถุงฟาร์ม ถ้าใครจะให้ช่วยสั่งให้ยินดีเสมอ เพราะปรกติแล้วถุงใหญ่จะไม่มีขายในร้าน Pet Shop ลูกแมว ของพั้นช์แคท ทุกตัวกินอาหารเม็ดเป็นหมด
7. กรรไกรตัดเล็บแมว แชมพูอาบน้ำแมว แป้ง หวี สำลีเช็ดคาบน้ำตา น้ำยาเช็ดขอบดวงตาให้หาซื้อตามร้านขายยาก็ได้เอาชนิดอ่อนที่สุด หรือนำมาผสมน้ำเกลือล้างแผลก็ได้จะประหยัดกว่าการไปซื้อที่เป็นของเฉพาะแมวเป็นไหนๆ อย่าลืมน้ำยาเช็ดหูพร้อมไม้แคะหูด้วย
8. ตะกร้าใส่แมวเวลาพาไปหาหมอ หรือพาแมวไปเที่ยว พร้อมกับหาซื้อกระดาษซับฉี่(ใช้ของยี่ห้อ Lotus ก็ได้ถูกดี)จะเห็นว่าการเตรียมตัวที่จะ เลี้ยงแมวพันธุ์เปอร์เซีย ไม่ใช่ยุ่งยากกว่าที่คิด ถ้าท่านเลี้ยงเขาอย่างทนุถนอมรักเขา ท่านก็จะได้ความรักตอบแทนจากแมวตัวโปรดที่ท่านรักเช่นกัน
ลูกแมวเปอร์เซียท้องเสีย
วิธีรักษาลูกแมวเปอร์เซียท้องเสีย
การรักษาลูกแมวเปอร์เซียท้องเสียเบื้องต้น
จะเล่าการรักษาลูกแมวเปอร์เซียที่เกิดอาการท้องเสียที่สันนิฐานว่ามาจากการเปลี่ยนอาหาร
ชื่อว่าน้อง A(นามสมมุติ) อายุประมาณเดือนกว่าๆ เมื่อน้อง A กินอาหารเหลวที่เป็นซองยี่ห้อหนึ่ง(ถ้าจะให้กินอาหารเหลวแนะนำว่าครั้งแรกๆควรกินอาหารเหลวที่เป็นกระป๋องดีกว่าและหายี่ห้อดีๆหน่อย) อีกวันก็เริ่มมีอาการถ่ายเป็นสีเหลืองเป็นน้ำยังไม่มากแต่ก็ถ่ายเหลว ถ้าดมดูก็ไม่มีกลิ่นเหม็นคาวอะไร(ถ้าเหม็นคาวมากไม่ต้องคิดอะไรให้พาไปหาหมอเลยครับ) แต่ถ้ามั่นใจจะลองรักษาเองสัก 2 วันก็แล้วแต่นะครับ (บางตัวอาจจะซึมไป 1 วันแล้วจะมีอาเจียนออกมาและท้องจะเสีย)
สิ่งที่ต้องปฎิบัติหลังรู้ว่าลูกแมวเปอร์เซียท้องเสียแน่ๆ
1. หากรงแยกลูกแมวเปอร์เซียกับแม่แมวเปอร์เซียโดยไม่ต้องสงสารเสียงร้องเรียกหาแม่
2. หาผ้ารองซับเยี่ยว(ที่ถูกหน่อยก็ยี่ห้อ Lotus เป็นกระดาษซับผืนเล็กๆ) ให้เอาไปรองที่กรง แต่ถ้ากรงมีถาดรองจะไม่ใช้ก็ได้ครับ เอาไปรองเพื่อดูปริมาณการขับถ่ายและการปัสสาวะ
3. หาซื้อน้ำเกลือแร่สำหรับสัตว์โดยเฉพาะเพราะว่ามันจะผสมวิตามินต่างๆมากกว่าเกลือแร่ทั่วๆไปซองละไม่เกิน 40 บาท ที่ร้านสัตวแพทย์ทั่วไปมีขายครับ ซื้อสัก 2 ซองก็พอ
4. ซื้อยา Disento สำหรับเด็กขวดละประมาณไม่เกิน 25 บาท ถ้าดูตามสลากยาก็เป็นยาแก้ท้องเสีย รักษาอาการที่เป็นเชื้อบิด ยาตัวนี้มันครอบคลุมเรื่องท้องเสียได้มากพอสมควร
5. อาหารเหลวสำหรับแมวท้องเสีย จะเป็นอาหารที่กินเข้าไปแล้วระคายการทำงานของลำไส้น้อยที่สุด หาซื้อได้ตามร้านสัตวแพทย์
6. เวลาครับ หาเวลาดูแลเขาด้วยครับ บางครั้งเขาถ่ายจนเลอะขาทั้งสองข้างจนหนาาวสั่นเลย ต้องมีคนคอยหมั่นเช็ดหรือล้างตัวแล้วต้องทำให้ตัวแห้งนะครับ และสังเกตว่ามีมูกเลือดหรือเปล่า มีอาเจียนไหม ลูกแมวมีสภาพเช่นไร บางครั้งก็จำเป็นต้องพาหาหมอถ้าเขาติดเชื้อขึ้นมาหรืออาการไม่สู้ดีเช่นนอนไม่ลุกเลย
เมื่อหาได้ครบทั้ง 6 ข้อแล้วรีบให้ยาลูกแมวเปอร์เซียเช้าเย็น(วันละ 2 เวลา) ให้ประมาณ 0.5 CC ถ้าไม่ถึงเดือนก็ให้น้อยกว่านี้หน่อย แล้วชงน้ำเกลือแร่ด้วยน้ำอุ่นๆสัก 1 ช้อนโต๊ะ อัตราส่วนประมาณ 3:1 หรือกะเอาว่าอย่าให้มันจางมากเกินไป ถ้าลูกแมวเปอร์เซียกินน้ำเองได้ก็วางไว้ให้กินได้เลย แต่ถ้าไม่กินก็เอาหลอดฉีดยาป้อนให้กิน ช่วงนี้ต้องกินน้ำเกลือแร่ให้ได้มิฉะนั้นลูกแมวเปอร์เซียจะโทรมอย่างมากแล้วจะขาดน้ำทำให้ตายได้นะครับ ช่วงวันแรกๆเขาจะถ่ายเป็นน้ำตลอดมีสีเหลืองๆ ถ้ามีสีเหลืองๆก็เย็นใจว่ายังไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่อย่าลืมเช็ดตัวเขาให้แห้งและหมั่นล้างให้เขาด้วยนะครับ และเปลี่ยนกระดาษซับเพื่อดูปริมาณการขับถ่าย เมื่อขึ้นวันที่ 2 ปริาณการขับถ่ายจะน้อยลงตอนเย็นๆ ถ้าทั้งวันไม่มีการขับถ่ายแลัวก็เริ่มให้อาหารเหลวสำหรับแมวท้องเสียที่ซื้อจากร้านสัตวแพทย์ ให้ประมาณสัก 1 ช้อนชาก่อนในมื้อแรกๆ แล้วถ้าเขาไม่ขับถ่ายแล้วหรือทิ้งห่างไปหลายชั่วโมงก็ค่อยๆเพิ่มปริมาณ เมื่อขึ้นวันที่ 3 ถ้าลูกแมวเปอร์เซียไม่มีการถ่ายเหลวและท้องไม่เสียก็นำกลับไปให้แม่เขาดูแลต่อ ส่วนยาก็ให้ต่อเนื่องไปอีก 2-3 วันก็หยุดครับบ
อาการท้องเสียประเภทเปลี่ยนอาหาร เปลี่ยนที่ หรือเป็นบิด ยังรักษาด้วยวิธีนี้ได้แบบง่ายๆ แต่ถ้าติดเชื้ออย่างอื่นแล้วลูกแมวเปอร์เซียยังถ่ายไม่หยุดมากว่า 2 วันก็ควรพาไปพบสัตวแพทย์นะครับ ท้องเสียเป็นสาเหตุทำให้ลูกแมวเปอร์เซียโตมาไม่สมบูรณ์ได้ถ้าเป็นหนักๆมีอาเจียนถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วยไม่ควรรักษาเอง
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
























